์News

์News

ปาล์มน้ำมัน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาล์มน้ำมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาล์มน้ำมัน แสดงบทความทั้งหมด

สวนปาล์มคุณภาพ ผลผลิตสูง ของชายวัยเกษียณ อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก

สวนปาล์มคุณภาพ ผลผลิตสูง ของชายวัยเกษียณ อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก

ปัญหาของคนรับราชการ คือเกษียณแล้วจะไปทำอะไร...???
แต่สำหรับ อ.พรพันธุ์ศักดิ์พาหะมาก ข้าราชการสายการศึกษาใน จ.สุราษฎร์ธานี คิดและวางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนเกษียณ 12 ปี ว่าจะทำสวนปาล์มน้ำมัน พร้อมๆ กับเริ่มลงมือทำนับจากนั้น
ปัจจุบันหลังจากเกษียณอายุเมื่อปีที่แล้ว จึงไม่ใครถามเขาเลยว่าหลังเกษียณแล้วทำอะไร

วันนี้ อ.พรพันธุ์ศักดิ์ เรียกตัวเองว่า “ชาวสวนปาล์ม” เต็มตัว แม้จะมีคนเรียกว่าอาจารย์ก็ตาม ที่สำคัญไม่ใช่เป็นแค่ชาวสวนปาล์มที่มีสวนปาล์มเท่านั้น


หากแต่เป็นสวนปาล์มคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง เพราะพื้นที่สวนปาล์ม 3 แปลงพื้นที่แค่ 40 กว่าไร่ แต่ได้ผลผลิตมากกว่าสวนปาล์มทั่วไป มากกว่า 2 เท่า ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มาจาก“ฟ้าประทาน” แต่มาจาก “หลักคิด” และ “ลงมือทำ” อย่างมุ่งมั่นจริงจัง

ภาพที่พวกเรายางปาล์มออนไลน์เห็น อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ดูไม่เหมือนชายวัยเกษียณเลยแต่เหมือนคนหนุ่มที่ยังสนุกและมีพลังในการทำและพัฒนาสวนปาล์มต่างหาก

เราจะพาไปทำความรู้จักชายวัยเกษียณ ที่มีพลังเหมือนหนุ่มคนนี้ พร้อมเรียนรู้การทำปาล์มคุณภาพได้ผลผลิตสูง แม้เนื้อหาจะยาวสักหน่อยแต่รับรองเลยว่าจะเป็นการอ่านที่คุ้มค่าที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
วางแผนทำสวนปาล์ม ปูทางสู่ชาวสวนปาล์มหลังเกษียณ
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผมรับราชการสายการศึกษา ตำแหน่งสุดท้ายผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ สำนักงานเขตการศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1 เกษียณเมื่อกันยายน 2559 รับราชการมา 40 กว่าปี วันหนึ่งมาคิดว่าถ้าอยู่อย่างนี้รอวันเกษียณ ถึงวันนั้นจะไปทำอะไร ผมเลยคิดว่าจะสร้างงานเองเพื่อรองรับหลังเกษียณดีกว่า


สภาพพื้นที่สุราษฎร์ แถบท่าฉาง
พุนพิน เป็นที่ลุ่ม ส่วนใหญ่ปลูกปาล์มกัน เลยคิดว่าน่าจะปลูกปาล์ม เพราะดูแลไม่ยากนัก
ไม่ต้องทำงานทุกวัน ตัดทุกๆ 15 วัน ทั้งปี
เหมาะกับเวลาราชการในช่วงที่ยังไม่ออกมาทำเต็มตัว ทิ้ง 15 วัน 30 วัน ไม่มีปัญหา เลยซื้อที่แปลงหนึ่งเริ่มปลูกปาล์ม
ปี 2548 ตอนนั้นในหัวไม่มีความรู้เรื่องปาล์มน้ำมันต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด เรียนรู้จากสวนของจริงเลย
ทำไมต้นปาล์มมันผอม ใบบาง ก้านใบเล็ก ใครมาขายปุ๋ยเราไม่รู้ก็ซื้อมาใช้ ใส่ก็น้อย
เพราะไม่รู้ว่ามันต้องการเท่าไหร่ ปาล์ม 5 ปีแรก ต้นกิ่ว เอวคอด
ไม่ต่างจากคนเป็นโปลิโอ เพราะขาดสารอาหาร ใช้เวลาเป็น 10 ปีนะ
กว่าจะรู้ว่าปาล์มต้องการอะไร ตอนแรกเรียนรู้จากการถาม มีคนแนะนำบ้าง
พอไม่รู้เราก็เชื่อ หลังจากนั้นเราค่อยๆ ค้นหาความรู้ ค้นหาความจริง
และสังเกตจากการปฏิบัติ

จนเมื่อเริ่มต้นปลูกปาล์มน้ำมันใหม่อีกแปลง
ทีนี้เริ่มตั้งแต่เลือกสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นพันธุ์คอมแพคให้ผลผลิตสูง จากนั้นพยายามศึกษาธรรมชาติของปาล์มพันธุ์นี้
เลยรู้ว่ามันต้องการอาหารสมบูรณ์ ขาดน้ำไม่ได้นาน ขาดปุ๋ยไม่ได้

ตอนหลังปลูกอีกแปลงหาพันธุ์ที่ดีกว่าคอมแพคอีก
มีคนแนะนำ คอมแพคเนื้อเยื่อ “พันธุ์ทอร์นาโด” ศึกษาอยู่พักใหญ่
แล้วก็ตัดสินใจจอง ราคาต้นละ 450 บาท เป็นต้นพันธุ์ที่โคลนนิ่งมาจากตาดอกของต้นปาล์มอายุ
9 ปี คัดเลือกต้นสมบูรณ์ที่สุด ผลผลิตดกที่สุด
ลูกที่ได้จะมีลักษณะใกล้เคียงเหมือนต้นแม่ ต้นปาล์มจะโตสม่ำเสมอ ปัจจุบันแปลงนี้
อายุ 5 ปี 8 เดือน ให้ผลผลิตสูงมาก
 
ปาล์มพันธุ์ คอมแพคเนื้อเยื่อ “พันธุ์ทอร์นาโด” 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การดูแลยึดวิชาการเป็นฐาน และปรับตามผลผลิต
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การดูแลสวนปาล์มอาศัยตามหลักวิชาการเป็นฐาน
และจากการเรียนรู้สังเกตภายในสวน อย่างปาล์มออกลูกดก
เราจะใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการมันน้อยไป เราต้องชดเชยปุ๋ยให้ไปเลี้ยงทะลายเพิ่ม
และชดเชยปุ๋ยที่ออกไปกับทะลายที่ตัดขาย

ต้นไหนมีดอกมากใส่มาก ถ้าใส่ขาดอีกไม่นาน
3-4 เดือนจะไม่ออกดอกตัวเมีย มีแต่ตัวผู้ เพราะอาหารที่สะสมในต้นถูกนำไปเลี้ยงทะลายจนหมด
ตาดอกมันกำลังกำหนดเพศอาจจะเป็นตัวเมีย แต่พอถึงเวลาที่ช่อดอกแทงออกมาอาหารไม่พอ
มันก็จะเปลี่ยนเป็นตัวผู้ เพราะอาหารไม่พอ ต้นปาล์มมันก็ปรับตัว ถ้าดูแลดี น้ำ
ปุ๋ย ความชื้นเพียงพอ มันจะเปลี่ยนเป็นเพศเมีย และแทงช่อดอกตัวเมียออกมา

อย่างเมื่อปลายปี 57 ต่อกับต้นปี 58
ประมาณ 5 เดือน เกิดแล้งจัด ปรากฏว่าปาล์มออกดอกตัวผู้ 2 ชั้น 16 ดอก ทุกต้น แต่หลังจากได้รับน้ำเมื่อเดือน
พ.ค.59 ตอนนี้มันเริ่มออกดอกตัวเมียแล้ว

ผมจะชอบสังเกตการแทงดอกของต้นปาล์ม
สังเกตที่กาบทางใบ ผมจะจดวันที่ดอกผสมเกสรไว้ ดูจากดอกที่ออกมาเกสรสีขาวมันยังไม่ผสม
แต่พอเริ่มเป็นสีชมพูแสดงว่าผสมแล้ว
ผมอยากรู้ว่าดอกที่ผสมแล้วกี่วันจึงจะตัดทะลายได้ จากสถิติจากดอกที่ผสมแล้วจนตัดทะลายได้
ถ้าปาล์มเล็กประมาณ 3 เดือนครึ่ง ส่วนปาล์มใหญ่ไม่เกิน 5 เดือนกว่าๆ ไม่เกิน 6
เดือน
 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ ตามช่วงอายุ และตามผลผลิต เฉลี่ย 15-18 กก./ต้น/ปี
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ปุ๋ย เป็นอาหารที่สำคัญของต้นปาล์ม
หลักการใส่ปุ๋ยผมใช้ 2 หลัก คือ ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดตามอายุปาล์มเป็นฐาน
และเพิ่มตามผลผลิตที่ออกมา ถ้าปาล์มออกออกทะลายมาดกเราก็ใส่เพิ่มเข้าไปไม่ต้องไปเสียดาย



ในช่วงที่ปาล์มให้ผลผลิต ผมจะปุ๋ยแบ่งใส่เป็นชุดๆ
ละทุกๆ  4 เดือน โดยใช้แม่ปุ๋ย ไนโตรเจน สูตร
21-0-0, ฟอสฟอรัส สูตร 18-46-0 และ 0-3-0  สองตัวนี้ใส่ต้นละครึ่งกิโล
ส่วนโปแตสเซียม 0-0-60 ใส่ต้นละ 1 กิโลแมกนีเซียม ครึ่ง กก. และ โบรอน ต้นละ 100
กรัม

โบรอน ถ้าตามหลักวิชาการเขาให้ใส่
100 กรัม/ต้น/ปี แต่ไม่พอเลยเพิ่มเป็น  200
ก็ยังไม่พอ มานึกว่าผลผลิตออกเยอะมันใช้สารอาหารเยอะ สารอาหารหายไปจากดินเยอะ ผมจึงต้องใส่เพิ่มขึ้นเป็น
400 กรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง ใส่บริเวณโคนต้น

สรุปปีหนึ่งเฉลี่ยปุ๋ยทุกตัวใส่ต้นละ
15-18 กก./ปี

ทางใบ 1 ไร่จะให้น้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง และมีปุ๋ยเคมีตกค้างที่เป็น N P K ประมาณ 1 กระสอบ และเป็นอินทรีย์บำรุงดิน 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ทางใบปาล์ม ปุ๋ยอินทรีย์ฟรีๆ มีธาตุอาหารสูง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การตัดแต่งทางใบจะทำปีละ 2-3 ครั้ง
และตามโอกาสที่ดูว่าทางใบเหลือมากเกิน แต่หลักๆ จะเหลือทางใบไว้ใต้ทะลาย  2 ทาง คือ ทางรองทะลายและทางรับน้ำ แต่ปาล์มใหญ่อายุ
10 ปีขึ้นไป ไว้ทางเดียวได้ก็ได้ ปาล์มเล็กทำไมต้องไว้ 2 ทาง
เพราะทางล่างมันยังสร้างอาหารได้อยู่ เพื่อเลี้ยงลำต้นและทะลาย ถ้าไม่มีทางรับน้ำจะทำให้น้ำหนักทะลายลดลงประมาณ
5 กก. และทะลายด้านบนจะเล็กลงเรื่อยๆ ดอกผู้จะออกมาเร็วเพราะธาตุอาหารลดลง



ทางใบไหนที่ควรเอาออก ก็เลือกทางใบที่ไม่ได้รับแสง
เนื่องจากทางที่รับแสงจะช่วยปรุงอาหาร แต่ทางที่ไม่ได้รับแสง มันจะกินอาหารแทนที่จะช่วยกลับกลายเป็นภาระของต้น
พวกนี้ต้องเอาออก ทุกครั้งที่มีการตัดทะลายแล้วตัดแต่งทางไปในตัวจะดีและประหยัดมาก
แต่ส่วนใหญ่จะแยกตัด เวลาตัดทางใบก็ตัดมาปูในพื้นสวน ตัดส่วนหนามตรงโคนทางกองไว้ข้างๆ

ผมเริ่มใช้ทางใบปูมา 5 ปีแล้ว  เมื่อก่อนกองซ้อนกันกลางแถวปาล์มหรือตามริมคูน้ำ
มารู้ทีหลังว่าซ้อนเป็นกองไม่ได้ประโยชน์ แต่พอปูมันจะย่อยเร็ว
อินทรียวัตถุจะกระจายทั่วพื้นที่ เวลาหน้าแล้ง ยังมีความชื้นตลอด เวลาใส่ปุ๋ยฝนตกมาก็ไม่ไหลไปตามน้ำ
จะอยู่ในบริเวณนั้นๆ

จริงๆ ในตัวทางใบมันก็มีปุ๋ยเคมีตกค้างอยู่
ทางใบ 1 ไร่จะให้น้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง ให้ธาตุอาหารที่เป็น
N P K ประมาณ 1 กระสอบ ตรงนี้เราได้กลับมาฟรีๆ  ตอนนี้ผมไม่ต้องใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เลย
ปรับปรุงดินไปในตัวด้วย ในสวนปาล์มแปลงหนึ่งเป็นดินเปรี้ยว ไม่มีอินทรียวัตถุ ผมให้คนงานสับทางใบใส่ที่พื้น
2-3 ปี
ย่อยกลายเป็นอินทรียวัตถุทำให้ดินดีขึ้น เป็นอินทรียวัตถุที่หาง่าย ราคาถูก
แต่นี่ของฟรีๆ
น้ำเป็นปัจจัยสำคุณอันดับต้นๆ ที่มีผลต่อผลผลิต หน้าแล้ง อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ให้น้ำ 200 ลิตร/ต้น/วัน ด้วยระบบสายน้ำพุ่ง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ลงทุนระบบน้ำ 3 แสน แต่เพิ่มผลผลิตคุ้มค่า คืนทุนไว
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ช่วงปี 2557-2558
เป็นช่วงที่สวนปาล์มเจอภัยแล้งหนักๆ ต้นปาล์มเสียหาย ผลผลิตลดลง
สวนปาล์มในสุราษฎร์ฯ ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด เลยกลับมาคิดว่าต้องมีระบบน้ำแล้ว ปี
2559 เลยลงทุนทำระบบน้ำ ทำแทงค์เก็บน้ำขนาด 12 คิว (12,000 ลิตร) ราคา180,000
ตัวระบบเครื่องสูบน้ำ 12,000 บาท รวมท่อน้ำ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ถึง 300,000 บาท ค่าแรงเราทำเอง



ผมทดลองให้น้ำมาทุกระบบแล้วแต่มาลงตัวที่ระบบสายน้ำพุ่ง
ยี่ห้อ
HURL ลองใช้แล้วรูมันไม่ตัน
น้ำพุ่งแรงวงกว้าง 3 เมตร ม้วนหนึ่งยาว 100 เมตร (เส้นละ 600 บาท) เราวางท่อเมนในสวน จากนั้นต่อสายน้ำพุ่งจากท่อเมนวางตรงกลางแถวต้นปาล์ม
น้ำพุ่งขึ้นบนและด้านข้างสูง 3 เมตร ปาล์มเล็กเส้นหนึ่งใช้ได้ 2 แถวพอดี ปาล์มใหญ่ต้องใช้
2 เส้น  ให้น้ำต้นปาล์มประมาณ 200 ลิตร/ต้น/วัน

เราเรียนรู้ว่าปาล์มขาดน้ำไม่ได้
ขาดเมื่อไหร่ตาดอกที่อยู่ในต้นจะเปลี่ยนเป็นดอกผู้ ถ้ามีน้ำพอมันจะเป็นเมีย
ตรงนี้ผมจึงยอมลงทุนระบบน้ำ เพราะมันคุ้มค่า เพราะปกติปาล์ม 1 ทางใบจะออก 1 ทะลายๆ
หนึ่ง 20 กิโล ปาล์ม 1 รอบมีดอก 8 ดอก สองรอบ 16 ดอก เท่ากับน้ำหนัก 320 กิโล/ต้น
ถ้าปาล์มกก.ละ 5 บาท เท่ากับเงิน 1,600 บาท ไร่หนึ่งมีต้นปาล์ม 22 ต้น น้ำหนักเท่าไหร่
7,040 กก. คิดเป็นเงิน 35,200 บาท/ไร่  

ผมจะไม่ยอมทนว่าปีนี้อากาศจะเป็นยังไง
ปาล์มจะขาดน้ำมั้ย จะได้ทะลายเท่าไหร่ จะไม่รอ ลงทุนระบบน้ำเรากำหนดได้
เลยไม่กลัวปาล์มเสียหายจากแล้ง ลงทุน อุปกรณ์ทั้งหมดไม่ถึง 300,000 บาท ขายปาล์ม
2-3 รอบก็คืนทุนแล้ว แล้วทำไมเราต้องไปรอฝน กังวลว่าจะตกไม่ตก ฝนไม่เป็นปัญหาของผมแล้ว
ตรงไหนขาดเราก็หามาเติม

ปาล์มขาดน้ำ เท่ากับขาดปุ๋ยด้วย
เพราะน้ำเป็นตัวละลายปุ๋ย และสำเลียงธาตุอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของต้น หน้าแล้งนี่ผมใส่ปุ๋ยได้เลย
และน้ำมันพุ่งเหมือนฝนเลย มีความชื้นสัมพัทธ์ความชื้นในอากาศมีผลต่อการพัฒนาตาดอก
ผสมเกสร มันช่วยเพิ่มความชื้นในสวนปาล์มได้ ถ้าเราไม่มีความรู้ต้องศึกษา
และต้องกล้าลงทุน เพราะผลตอบแทนที่จะได้กลับมา คุ้มค่า

แต่ที่ควบคุมไม่ได้ก็คือ แดด ไม่พอ
ปาล์มเรามันจะสังเคราะห์แสงไม่ได้ เพราะปาล์มต้องการแสงแดดวันละ 5 ชั่วโมง ปีละ
18,000 ชั่วโมง ปาล์มจะชอบอากาศแบบฝนตกแดดออก
 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลผลิตสูงกว่าสวนปาล์มทั่วไปมากกว่า 1 เท่า
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลผลิตที่ได้ ทั้ง 3 แปลง รวมกัน 40
กว่าไร่ แบ่งเป็น ปาล์มอายุ 10 ปี ปี 2558 ได้ผลผลิตเฉลี่ย 6.3 ตัน/ไร่/ปี ปีที่แล้ว
(2559) 5.9 ตัน/ไร่/ปี สูงกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยของประเทศเท่าตัว



แปลงคอมแพคทอร์นาโด เมื่อปี 2558
ผลผลิตเฉลี่ย 7.36 ตัน/ไร่/ปี เป็นปีแรกที่ให้ผลผลิต คนตัดเกือบร้อง ไร่หนึ่งตัดได้เกือบ
1 ตัน/รอบตัด  มาปี 2559 ลดลงมาหน่อยเหลือ 7.01
ตัน/ไร่/ปี ซึ่งแปลงนี้ผมเริ่มให้อาหารให้น้ำสมบูรณ์เมื่อปีที่แล้ว ปีหน้า (2561) น่าจะผลผลิตสูงกว่านี้

อีกแปลงพันธุ์คอมแพค ปี2559
ได้ผลผลิต 5.04 ตัน/ไร่/ปี แปลงนี้ไม่มีระบบน้ำใช้วิธีสูบน้ำอย่างเดียว
พื้นที่ไม่อำนวย แต่ผลผลิตก็ยังสูง  

ผมมีพื้นที่น้อยจึงต้องมาคิดวางแผนว่าทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตสูง
ถ้าเทียบกับผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศไม่ถึง 3 ตัน/ไร่/ปี เท่ากับผลผลิตของเราสูงมากกว่า
1 เท่าตัว  แสดงว่าน้ำและความชื้นมีผลกับผลผลิตมาก
ฟังธงได้เลยว่าน้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อผลผลิต เพราะมันเป็นตัวกำหนดเพศ
ละลายและลำเลียงปุ๋ย ธาตุอาหาร แต่เกษตรกรปลูกปาล์มแต่ไม่มีน้ำ และขาดเรื่องการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสม
 
สวนปาล์มคุณภาพ ผลผลิตสูงกว่าทั่วไปมากกว่า 1 เท่า และเน้นตัดปาล์มสุก 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ต้นทุนการผลิตรวมเฉลี่ย 3.40 บาท/กก.ปาล์ม
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เมื่อนำผลผลิตมาคำนวณกับต้นทุนทั้งหมด
ได้ตัวเลขเฉลี่ย 3.40 บาท/กก.ปาล์ม  ของผมจะสูงหน่อย
เพราะผมคิดต้นทุนนวมทั้งหมด ซึ่งต้นทุนของแต่ละสวนที่ไม่เท่ากัน ของผมมี ปุ๋ย
แรงงานใส่ปุ๋ย เก็บเกี่ยว บรรทุก ตัดแต่งทางใบ ตัดหญ้า ระบบน้ำ ค่าไฟ ผู้ดูแลสวน
เป็นต้นทุนพื้นฐาน มีต้นทุนแฝง อื่นๆ อีกหลายตัว
ซึ่งเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่เกษตรกรต้องจดบันทึก และให้ความสำคัญ



━━━━━━━━━━━━━━━━━
อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ยังคงสนุกและมุ่งมั่นกับการทำสวนปาล์ม
โดยมีเป้าทำปาล์มให้ได้ผลผลิตสูงมากขึ้นกว่าเดิม เป็นการเริ่มต้นงานใหม่ที่ท้าทายชายวัยเกษียณ
แต่พลังในตัวกลับพุ่งพล่านราวกับคนหนุ่ม แต่สิ่งที่เราได้จากเขาก็คือ
แนวทางการทำสวนปาล์มแปลงเล็กถ้ามีการจัดการที่เหมาะสม จะได้ผลผลิตสูง
โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลูกมากมาย หัวใจสำคัญของการทำสวนปาล์มที่ถูกย้ำมากที่สุดก็คือ การให้น้ำ
ถ้ามีน้ำ ชาวสวนปาล์มก็ไม่จำเป็นต้อง “คุกเข่า” ให้ฟ้าฝนอีกต่อไป
 
อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก
ขอขอบคุณ

อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก

377 หมู่ 1 ถ.หนองน้ำส้ม ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี 84150 โทรศัพท์
086-832-6397 




Advertising

ลงโฆษณา โทร 08-6335-2703
ปัญหาของคนรับราชการ คือเกษียณแล้วจะไปทำอะไร...???
แต่สำหรับ อ.พรพันธุ์ศักดิ์พาหะมาก ข้าราชการสายการศึกษาใน จ.สุราษฎร์ธานี คิดและวางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนเกษียณ 12 ปี ว่าจะทำสวนปาล์มน้ำมัน พร้อมๆ กับเริ่มลงมือทำนับจากนั้น
ปัจจุบันหลังจากเกษียณอายุเมื่อปีที่แล้ว จึงไม่ใครถามเขาเลยว่าหลังเกษียณแล้วทำอะไร

วันนี้ อ.พรพันธุ์ศักดิ์ เรียกตัวเองว่า “ชาวสวนปาล์ม” เต็มตัว แม้จะมีคนเรียกว่าอาจารย์ก็ตาม ที่สำคัญไม่ใช่เป็นแค่ชาวสวนปาล์มที่มีสวนปาล์มเท่านั้น


หากแต่เป็นสวนปาล์มคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง เพราะพื้นที่สวนปาล์ม 3 แปลงพื้นที่แค่ 40 กว่าไร่ แต่ได้ผลผลิตมากกว่าสวนปาล์มทั่วไป มากกว่า 2 เท่า ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มาจาก“ฟ้าประทาน” แต่มาจาก “หลักคิด” และ “ลงมือทำ” อย่างมุ่งมั่นจริงจัง

ภาพที่พวกเรายางปาล์มออนไลน์เห็น อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ดูไม่เหมือนชายวัยเกษียณเลยแต่เหมือนคนหนุ่มที่ยังสนุกและมีพลังในการทำและพัฒนาสวนปาล์มต่างหาก

เราจะพาไปทำความรู้จักชายวัยเกษียณ ที่มีพลังเหมือนหนุ่มคนนี้ พร้อมเรียนรู้การทำปาล์มคุณภาพได้ผลผลิตสูง แม้เนื้อหาจะยาวสักหน่อยแต่รับรองเลยว่าจะเป็นการอ่านที่คุ้มค่าที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
วางแผนทำสวนปาล์ม ปูทางสู่ชาวสวนปาล์มหลังเกษียณ
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผมรับราชการสายการศึกษา ตำแหน่งสุดท้ายผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ สำนักงานเขตการศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1 เกษียณเมื่อกันยายน 2559 รับราชการมา 40 กว่าปี วันหนึ่งมาคิดว่าถ้าอยู่อย่างนี้รอวันเกษียณ ถึงวันนั้นจะไปทำอะไร ผมเลยคิดว่าจะสร้างงานเองเพื่อรองรับหลังเกษียณดีกว่า


สภาพพื้นที่สุราษฎร์ แถบท่าฉาง
พุนพิน เป็นที่ลุ่ม ส่วนใหญ่ปลูกปาล์มกัน เลยคิดว่าน่าจะปลูกปาล์ม เพราะดูแลไม่ยากนัก
ไม่ต้องทำงานทุกวัน ตัดทุกๆ 15 วัน ทั้งปี
เหมาะกับเวลาราชการในช่วงที่ยังไม่ออกมาทำเต็มตัว ทิ้ง 15 วัน 30 วัน ไม่มีปัญหา เลยซื้อที่แปลงหนึ่งเริ่มปลูกปาล์ม
ปี 2548 ตอนนั้นในหัวไม่มีความรู้เรื่องปาล์มน้ำมันต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด เรียนรู้จากสวนของจริงเลย
ทำไมต้นปาล์มมันผอม ใบบาง ก้านใบเล็ก ใครมาขายปุ๋ยเราไม่รู้ก็ซื้อมาใช้ ใส่ก็น้อย
เพราะไม่รู้ว่ามันต้องการเท่าไหร่ ปาล์ม 5 ปีแรก ต้นกิ่ว เอวคอด
ไม่ต่างจากคนเป็นโปลิโอ เพราะขาดสารอาหาร ใช้เวลาเป็น 10 ปีนะ
กว่าจะรู้ว่าปาล์มต้องการอะไร ตอนแรกเรียนรู้จากการถาม มีคนแนะนำบ้าง
พอไม่รู้เราก็เชื่อ หลังจากนั้นเราค่อยๆ ค้นหาความรู้ ค้นหาความจริง
และสังเกตจากการปฏิบัติ

จนเมื่อเริ่มต้นปลูกปาล์มน้ำมันใหม่อีกแปลง
ทีนี้เริ่มตั้งแต่เลือกสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นพันธุ์คอมแพคให้ผลผลิตสูง จากนั้นพยายามศึกษาธรรมชาติของปาล์มพันธุ์นี้
เลยรู้ว่ามันต้องการอาหารสมบูรณ์ ขาดน้ำไม่ได้นาน ขาดปุ๋ยไม่ได้

ตอนหลังปลูกอีกแปลงหาพันธุ์ที่ดีกว่าคอมแพคอีก
มีคนแนะนำ คอมแพคเนื้อเยื่อ “พันธุ์ทอร์นาโด” ศึกษาอยู่พักใหญ่
แล้วก็ตัดสินใจจอง ราคาต้นละ 450 บาท เป็นต้นพันธุ์ที่โคลนนิ่งมาจากตาดอกของต้นปาล์มอายุ
9 ปี คัดเลือกต้นสมบูรณ์ที่สุด ผลผลิตดกที่สุด
ลูกที่ได้จะมีลักษณะใกล้เคียงเหมือนต้นแม่ ต้นปาล์มจะโตสม่ำเสมอ ปัจจุบันแปลงนี้
อายุ 5 ปี 8 เดือน ให้ผลผลิตสูงมาก
 
ปาล์มพันธุ์ คอมแพคเนื้อเยื่อ “พันธุ์ทอร์นาโด” 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การดูแลยึดวิชาการเป็นฐาน และปรับตามผลผลิต
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การดูแลสวนปาล์มอาศัยตามหลักวิชาการเป็นฐาน
และจากการเรียนรู้สังเกตภายในสวน อย่างปาล์มออกลูกดก
เราจะใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการมันน้อยไป เราต้องชดเชยปุ๋ยให้ไปเลี้ยงทะลายเพิ่ม
และชดเชยปุ๋ยที่ออกไปกับทะลายที่ตัดขาย

ต้นไหนมีดอกมากใส่มาก ถ้าใส่ขาดอีกไม่นาน
3-4 เดือนจะไม่ออกดอกตัวเมีย มีแต่ตัวผู้ เพราะอาหารที่สะสมในต้นถูกนำไปเลี้ยงทะลายจนหมด
ตาดอกมันกำลังกำหนดเพศอาจจะเป็นตัวเมีย แต่พอถึงเวลาที่ช่อดอกแทงออกมาอาหารไม่พอ
มันก็จะเปลี่ยนเป็นตัวผู้ เพราะอาหารไม่พอ ต้นปาล์มมันก็ปรับตัว ถ้าดูแลดี น้ำ
ปุ๋ย ความชื้นเพียงพอ มันจะเปลี่ยนเป็นเพศเมีย และแทงช่อดอกตัวเมียออกมา

อย่างเมื่อปลายปี 57 ต่อกับต้นปี 58
ประมาณ 5 เดือน เกิดแล้งจัด ปรากฏว่าปาล์มออกดอกตัวผู้ 2 ชั้น 16 ดอก ทุกต้น แต่หลังจากได้รับน้ำเมื่อเดือน
พ.ค.59 ตอนนี้มันเริ่มออกดอกตัวเมียแล้ว

ผมจะชอบสังเกตการแทงดอกของต้นปาล์ม
สังเกตที่กาบทางใบ ผมจะจดวันที่ดอกผสมเกสรไว้ ดูจากดอกที่ออกมาเกสรสีขาวมันยังไม่ผสม
แต่พอเริ่มเป็นสีชมพูแสดงว่าผสมแล้ว
ผมอยากรู้ว่าดอกที่ผสมแล้วกี่วันจึงจะตัดทะลายได้ จากสถิติจากดอกที่ผสมแล้วจนตัดทะลายได้
ถ้าปาล์มเล็กประมาณ 3 เดือนครึ่ง ส่วนปาล์มใหญ่ไม่เกิน 5 เดือนกว่าๆ ไม่เกิน 6
เดือน
 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ ตามช่วงอายุ และตามผลผลิต เฉลี่ย 15-18 กก./ต้น/ปี
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ปุ๋ย เป็นอาหารที่สำคัญของต้นปาล์ม
หลักการใส่ปุ๋ยผมใช้ 2 หลัก คือ ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดตามอายุปาล์มเป็นฐาน
และเพิ่มตามผลผลิตที่ออกมา ถ้าปาล์มออกออกทะลายมาดกเราก็ใส่เพิ่มเข้าไปไม่ต้องไปเสียดาย



ในช่วงที่ปาล์มให้ผลผลิต ผมจะปุ๋ยแบ่งใส่เป็นชุดๆ
ละทุกๆ  4 เดือน โดยใช้แม่ปุ๋ย ไนโตรเจน สูตร
21-0-0, ฟอสฟอรัส สูตร 18-46-0 และ 0-3-0  สองตัวนี้ใส่ต้นละครึ่งกิโล
ส่วนโปแตสเซียม 0-0-60 ใส่ต้นละ 1 กิโลแมกนีเซียม ครึ่ง กก. และ โบรอน ต้นละ 100
กรัม

โบรอน ถ้าตามหลักวิชาการเขาให้ใส่
100 กรัม/ต้น/ปี แต่ไม่พอเลยเพิ่มเป็น  200
ก็ยังไม่พอ มานึกว่าผลผลิตออกเยอะมันใช้สารอาหารเยอะ สารอาหารหายไปจากดินเยอะ ผมจึงต้องใส่เพิ่มขึ้นเป็น
400 กรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง ใส่บริเวณโคนต้น

สรุปปีหนึ่งเฉลี่ยปุ๋ยทุกตัวใส่ต้นละ
15-18 กก./ปี

ทางใบ 1 ไร่จะให้น้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง และมีปุ๋ยเคมีตกค้างที่เป็น N P K ประมาณ 1 กระสอบ และเป็นอินทรีย์บำรุงดิน 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ทางใบปาล์ม ปุ๋ยอินทรีย์ฟรีๆ มีธาตุอาหารสูง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
การตัดแต่งทางใบจะทำปีละ 2-3 ครั้ง
และตามโอกาสที่ดูว่าทางใบเหลือมากเกิน แต่หลักๆ จะเหลือทางใบไว้ใต้ทะลาย  2 ทาง คือ ทางรองทะลายและทางรับน้ำ แต่ปาล์มใหญ่อายุ
10 ปีขึ้นไป ไว้ทางเดียวได้ก็ได้ ปาล์มเล็กทำไมต้องไว้ 2 ทาง
เพราะทางล่างมันยังสร้างอาหารได้อยู่ เพื่อเลี้ยงลำต้นและทะลาย ถ้าไม่มีทางรับน้ำจะทำให้น้ำหนักทะลายลดลงประมาณ
5 กก. และทะลายด้านบนจะเล็กลงเรื่อยๆ ดอกผู้จะออกมาเร็วเพราะธาตุอาหารลดลง



ทางใบไหนที่ควรเอาออก ก็เลือกทางใบที่ไม่ได้รับแสง
เนื่องจากทางที่รับแสงจะช่วยปรุงอาหาร แต่ทางที่ไม่ได้รับแสง มันจะกินอาหารแทนที่จะช่วยกลับกลายเป็นภาระของต้น
พวกนี้ต้องเอาออก ทุกครั้งที่มีการตัดทะลายแล้วตัดแต่งทางไปในตัวจะดีและประหยัดมาก
แต่ส่วนใหญ่จะแยกตัด เวลาตัดทางใบก็ตัดมาปูในพื้นสวน ตัดส่วนหนามตรงโคนทางกองไว้ข้างๆ

ผมเริ่มใช้ทางใบปูมา 5 ปีแล้ว  เมื่อก่อนกองซ้อนกันกลางแถวปาล์มหรือตามริมคูน้ำ
มารู้ทีหลังว่าซ้อนเป็นกองไม่ได้ประโยชน์ แต่พอปูมันจะย่อยเร็ว
อินทรียวัตถุจะกระจายทั่วพื้นที่ เวลาหน้าแล้ง ยังมีความชื้นตลอด เวลาใส่ปุ๋ยฝนตกมาก็ไม่ไหลไปตามน้ำ
จะอยู่ในบริเวณนั้นๆ

จริงๆ ในตัวทางใบมันก็มีปุ๋ยเคมีตกค้างอยู่
ทางใบ 1 ไร่จะให้น้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง ให้ธาตุอาหารที่เป็น
N P K ประมาณ 1 กระสอบ ตรงนี้เราได้กลับมาฟรีๆ  ตอนนี้ผมไม่ต้องใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เลย
ปรับปรุงดินไปในตัวด้วย ในสวนปาล์มแปลงหนึ่งเป็นดินเปรี้ยว ไม่มีอินทรียวัตถุ ผมให้คนงานสับทางใบใส่ที่พื้น
2-3 ปี
ย่อยกลายเป็นอินทรียวัตถุทำให้ดินดีขึ้น เป็นอินทรียวัตถุที่หาง่าย ราคาถูก
แต่นี่ของฟรีๆ
น้ำเป็นปัจจัยสำคุณอันดับต้นๆ ที่มีผลต่อผลผลิต หน้าแล้ง อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ให้น้ำ 200 ลิตร/ต้น/วัน ด้วยระบบสายน้ำพุ่ง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ลงทุนระบบน้ำ 3 แสน แต่เพิ่มผลผลิตคุ้มค่า คืนทุนไว
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ช่วงปี 2557-2558
เป็นช่วงที่สวนปาล์มเจอภัยแล้งหนักๆ ต้นปาล์มเสียหาย ผลผลิตลดลง
สวนปาล์มในสุราษฎร์ฯ ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด เลยกลับมาคิดว่าต้องมีระบบน้ำแล้ว ปี
2559 เลยลงทุนทำระบบน้ำ ทำแทงค์เก็บน้ำขนาด 12 คิว (12,000 ลิตร) ราคา180,000
ตัวระบบเครื่องสูบน้ำ 12,000 บาท รวมท่อน้ำ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ถึง 300,000 บาท ค่าแรงเราทำเอง



ผมทดลองให้น้ำมาทุกระบบแล้วแต่มาลงตัวที่ระบบสายน้ำพุ่ง
ยี่ห้อ
HURL ลองใช้แล้วรูมันไม่ตัน
น้ำพุ่งแรงวงกว้าง 3 เมตร ม้วนหนึ่งยาว 100 เมตร (เส้นละ 600 บาท) เราวางท่อเมนในสวน จากนั้นต่อสายน้ำพุ่งจากท่อเมนวางตรงกลางแถวต้นปาล์ม
น้ำพุ่งขึ้นบนและด้านข้างสูง 3 เมตร ปาล์มเล็กเส้นหนึ่งใช้ได้ 2 แถวพอดี ปาล์มใหญ่ต้องใช้
2 เส้น  ให้น้ำต้นปาล์มประมาณ 200 ลิตร/ต้น/วัน

เราเรียนรู้ว่าปาล์มขาดน้ำไม่ได้
ขาดเมื่อไหร่ตาดอกที่อยู่ในต้นจะเปลี่ยนเป็นดอกผู้ ถ้ามีน้ำพอมันจะเป็นเมีย
ตรงนี้ผมจึงยอมลงทุนระบบน้ำ เพราะมันคุ้มค่า เพราะปกติปาล์ม 1 ทางใบจะออก 1 ทะลายๆ
หนึ่ง 20 กิโล ปาล์ม 1 รอบมีดอก 8 ดอก สองรอบ 16 ดอก เท่ากับน้ำหนัก 320 กิโล/ต้น
ถ้าปาล์มกก.ละ 5 บาท เท่ากับเงิน 1,600 บาท ไร่หนึ่งมีต้นปาล์ม 22 ต้น น้ำหนักเท่าไหร่
7,040 กก. คิดเป็นเงิน 35,200 บาท/ไร่  

ผมจะไม่ยอมทนว่าปีนี้อากาศจะเป็นยังไง
ปาล์มจะขาดน้ำมั้ย จะได้ทะลายเท่าไหร่ จะไม่รอ ลงทุนระบบน้ำเรากำหนดได้
เลยไม่กลัวปาล์มเสียหายจากแล้ง ลงทุน อุปกรณ์ทั้งหมดไม่ถึง 300,000 บาท ขายปาล์ม
2-3 รอบก็คืนทุนแล้ว แล้วทำไมเราต้องไปรอฝน กังวลว่าจะตกไม่ตก ฝนไม่เป็นปัญหาของผมแล้ว
ตรงไหนขาดเราก็หามาเติม

ปาล์มขาดน้ำ เท่ากับขาดปุ๋ยด้วย
เพราะน้ำเป็นตัวละลายปุ๋ย และสำเลียงธาตุอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของต้น หน้าแล้งนี่ผมใส่ปุ๋ยได้เลย
และน้ำมันพุ่งเหมือนฝนเลย มีความชื้นสัมพัทธ์ความชื้นในอากาศมีผลต่อการพัฒนาตาดอก
ผสมเกสร มันช่วยเพิ่มความชื้นในสวนปาล์มได้ ถ้าเราไม่มีความรู้ต้องศึกษา
และต้องกล้าลงทุน เพราะผลตอบแทนที่จะได้กลับมา คุ้มค่า

แต่ที่ควบคุมไม่ได้ก็คือ แดด ไม่พอ
ปาล์มเรามันจะสังเคราะห์แสงไม่ได้ เพราะปาล์มต้องการแสงแดดวันละ 5 ชั่วโมง ปีละ
18,000 ชั่วโมง ปาล์มจะชอบอากาศแบบฝนตกแดดออก
 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลผลิตสูงกว่าสวนปาล์มทั่วไปมากกว่า 1 เท่า
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลผลิตที่ได้ ทั้ง 3 แปลง รวมกัน 40
กว่าไร่ แบ่งเป็น ปาล์มอายุ 10 ปี ปี 2558 ได้ผลผลิตเฉลี่ย 6.3 ตัน/ไร่/ปี ปีที่แล้ว
(2559) 5.9 ตัน/ไร่/ปี สูงกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยของประเทศเท่าตัว



แปลงคอมแพคทอร์นาโด เมื่อปี 2558
ผลผลิตเฉลี่ย 7.36 ตัน/ไร่/ปี เป็นปีแรกที่ให้ผลผลิต คนตัดเกือบร้อง ไร่หนึ่งตัดได้เกือบ
1 ตัน/รอบตัด  มาปี 2559 ลดลงมาหน่อยเหลือ 7.01
ตัน/ไร่/ปี ซึ่งแปลงนี้ผมเริ่มให้อาหารให้น้ำสมบูรณ์เมื่อปีที่แล้ว ปีหน้า (2561) น่าจะผลผลิตสูงกว่านี้

อีกแปลงพันธุ์คอมแพค ปี2559
ได้ผลผลิต 5.04 ตัน/ไร่/ปี แปลงนี้ไม่มีระบบน้ำใช้วิธีสูบน้ำอย่างเดียว
พื้นที่ไม่อำนวย แต่ผลผลิตก็ยังสูง  

ผมมีพื้นที่น้อยจึงต้องมาคิดวางแผนว่าทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตสูง
ถ้าเทียบกับผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศไม่ถึง 3 ตัน/ไร่/ปี เท่ากับผลผลิตของเราสูงมากกว่า
1 เท่าตัว  แสดงว่าน้ำและความชื้นมีผลกับผลผลิตมาก
ฟังธงได้เลยว่าน้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อผลผลิต เพราะมันเป็นตัวกำหนดเพศ
ละลายและลำเลียงปุ๋ย ธาตุอาหาร แต่เกษตรกรปลูกปาล์มแต่ไม่มีน้ำ และขาดเรื่องการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสม
 
สวนปาล์มคุณภาพ ผลผลิตสูงกว่าทั่วไปมากกว่า 1 เท่า และเน้นตัดปาล์มสุก 
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ต้นทุนการผลิตรวมเฉลี่ย 3.40 บาท/กก.ปาล์ม
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เมื่อนำผลผลิตมาคำนวณกับต้นทุนทั้งหมด
ได้ตัวเลขเฉลี่ย 3.40 บาท/กก.ปาล์ม  ของผมจะสูงหน่อย
เพราะผมคิดต้นทุนนวมทั้งหมด ซึ่งต้นทุนของแต่ละสวนที่ไม่เท่ากัน ของผมมี ปุ๋ย
แรงงานใส่ปุ๋ย เก็บเกี่ยว บรรทุก ตัดแต่งทางใบ ตัดหญ้า ระบบน้ำ ค่าไฟ ผู้ดูแลสวน
เป็นต้นทุนพื้นฐาน มีต้นทุนแฝง อื่นๆ อีกหลายตัว
ซึ่งเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่เกษตรกรต้องจดบันทึก และให้ความสำคัญ



━━━━━━━━━━━━━━━━━
อ.พรพันธุ์ศักดิ์ ยังคงสนุกและมุ่งมั่นกับการทำสวนปาล์ม
โดยมีเป้าทำปาล์มให้ได้ผลผลิตสูงมากขึ้นกว่าเดิม เป็นการเริ่มต้นงานใหม่ที่ท้าทายชายวัยเกษียณ
แต่พลังในตัวกลับพุ่งพล่านราวกับคนหนุ่ม แต่สิ่งที่เราได้จากเขาก็คือ
แนวทางการทำสวนปาล์มแปลงเล็กถ้ามีการจัดการที่เหมาะสม จะได้ผลผลิตสูง
โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลูกมากมาย หัวใจสำคัญของการทำสวนปาล์มที่ถูกย้ำมากที่สุดก็คือ การให้น้ำ
ถ้ามีน้ำ ชาวสวนปาล์มก็ไม่จำเป็นต้อง “คุกเข่า” ให้ฟ้าฝนอีกต่อไป
 
อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก
ขอขอบคุณ

อ.พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก

377 หมู่ 1 ถ.หนองน้ำส้ม ต.ท่าฉาง อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี 84150 โทรศัพท์
086-832-6397 




Advertising

ลงโฆษณา โทร 08-6335-2703

วันไคโตซาน น้ำดำ พบเกษตรกร ชมฟรี !! คอนเสิร์ต แช่ม แช่มรัมย์

วันไคโตซาน น้ำดำ พบเกษตรกร ชมฟรี !! คอนเสิร์ต แช่ม แช่มรัมย์


พรชัยการเกษตร ร่วมกับ ปิโยวัฒน์ อุปกรณ์ยางพารา เสิงสาง
จัดงานใหญ่ วันไคโตซาน น้ำดำ พบเกษตรกร
ชมฟรี !! คอนเสิร์ต แช่ม แช่มรัมย์

ร้านปิโยวัฒน์ อุปกรณ์ยางพารา ครบวงจร อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา บริหารงานโดย คุณวีระชัย (โย)  และคุณมยุรฉัตร  แช่มรัมย์ เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ปี รองรับลูกค้าและเกษตรกรในเขตพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมาและและใกล้เคียงรวมถึงพื้นที่ อ.หนองกี่ และอ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์
 ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับยางพาราเป็นทั้งเกษตรกรผู้ปลูก และพ่อค้ารับซื้อยางพาราจากชาวสวน จึงทำให้คุณวีระชัย ได้รู้ลึกถึงความต้องการและการแก้ปัญหาในยางพาราอยู่มากพอสมควร จึงสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวสวนยางพาราในพื้นที่ด้วยการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนเสิงสางยางพารา รับซื้อน้ำยาง จากเกษตรกรในกลุ่มรวมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องการปลูกยางพาราอีกด้วย
 “ ผมทำสวนยางพาราของตัวเอง 70 ไร่ และรับดูแลสวนยางของกลุ่ม พี่ๆน้อง รวมแล้วประมาณ 200 กว่าไร่ และเปิดร้านขาย ปุ๋ย ยา เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในสวนยางครบวงจร พบและเจอปัญหาที่เกี่ยวกับยางพาราหลายอย่างทั้งจากลูกค้าและที่สวนของตัวเอง ปัญหาก็มีทั้งแก้ได้และไม่ได้ การส่งเสริมและการแก้ปัญหาผมจะเน้นเรื่องชีวภาพเป็นหลัก ปัญหาใหญ่ของการทำสวนยางคือ ปัญหาหน้ายางตายนึ่ง ยางเปลือกแข็ง กรีดยาก น้ำยางได้น้อย คนรับจ้างกรีดเขาก็ไม่อยากกรีด เพราะไม่คุ้มเหนื่อย จะมีปัญหาแรงงานอยู่เรื่อยคุณวีระชัยกล่าวถึงปัญหาที่เจอในการปลูกยาง
 การทำสวนยางแบบชีวภาพเป็นเรื่องที่คุณวีระชัยตั้งใจ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการใช้เคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค เนื่องจากเคยผ่านการปลูกไม้ผลมาแล้วหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง เป็นต้น ซึ่งใช้ปุ๋ย-ยา ค่อนข้างและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนต้องเลิกปลูก หันมาปลูกยางพาราแทน ซึ่งการปลูกและการจัดการจะเน้นแบบชีวภาพเป็นส่วนใหญ่ และได้รู้จักกับ ไคโตซานน้ำดำ พีซี.
ผมสนใจ ไคโตซานน้ำดำ เพราะเป็นชีวภาพ ปลอดภัยและไม่มีผลเสียกับดิน ในช่วงแรกทดลองใช้กับสวนยางที่ยังไม่มีปัญหา ใช้ฉีดพ่นที่หน้ายาง ต้นยาง และฉีดลงดิน คนงานบอกว่าเปลือกยางนิ่มขึ้น กรีดง่ายขึ้น น้ำยางก็ได้มากขึ้น ใบยางเขียวเข้มขึ้น ก็รู้สึกพอใจจึงใช้ไคโตซาน น้ำดำ กับยางพาราที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งยางแก่  ยางปลูกใหม่ และยางเพิ่งเปิดกรีด ทั้งหมดที่ดูแลอยู่ ตอนนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายไคโตซาน น้ำดำ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ละดูแลลูกค้าในเขตบุรีรัมย์บางส่วนครับ ปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดี มีชาวสวนยางพาราและเกษตรให้ความสนใจนำไปใช้แล้วเห็นผล แก้ปัญหาได้จริงเป็นที่พอใจ จึงมีลูกค้าต่อเนื่องมากพอสมควร ผมจึงจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า เพื่อเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าละเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าให้คนรู้จักมากขึ้นด้วย คาดว่างานนี้จะมีเกษตรกรมาร่วมงานถึงหลักพัน เพราะมีกิจกรรมดีๆมากมาย คุณวีระชัยกล่าว

กำหนดการจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2556 บริเวณลานวิสาหกิจชุมชนเสิงสาง ซึ่งอยู่ติดร้านปิโยวัฒน์ฯ บ้านหนองเข้ ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา โดยงานจะเริ่มตั้งแต่บ่าย 2 โมงเป็นต้นไป งานนี้คุณวีระชัยใช้ชื่องานว่า วันไคโตซานน้ำดำ พบ เกษตรกร
สำหรับกิจกรรมต่างๆในวันงาน มีมากมาย มีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพาราแบบชีวภาพ การกรีดยางที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ การประกวดกรีดยางดี-มีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลเงินสดและมีดกรีดยางจากบริษัท คัทแมทซ์ จำกัด มีสินค้าราคาทุนจาก บ.พรชัยการเกษตรฯ มาจำหน่าย ซื้อไคโตซาน น้ำดำ ราคาพิเศษ ซื้อ 2 ลิตร แถม 1 ลิตร และพิเศษสุด ชมคอนเสิร์ตเต็มวง เต็มรูปแบบ จากนักร้องดัง แช่ม แช่มรัมย์ ซึ่งเป็นน้องชายของคุณโย รวมถึงการแสดงกังฟูจากมนุษย์จอมพลัง กร กังฟู ภายในงานมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ ที่สำคัญทุกอย่างในงานฟรีหมด เรียกได้ว่างานนี้เกษตรกรมีแต่ได้กับได้จริงๆ
งานนี้จัดขึ้นเพื่อเกษตรกรจริงๆครับ เพราะงานนี้เราให้ตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนเข้างานแล้วครับ ทุกท่านที่มางานจะได้รับของชำร่วยเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาว คนละ 1 ตัว ในงานมีอาหารเครื่องดื่มฟรีหมด คอนเสิร์ตดูฟรี และมีของรางวัลมากมาย งานนี้ผมต้องขอขอบคุณลุงอ้วน เจ้าของไคโตซาน น้ำดำ ที่สนับสนุนการจัดงานหลัก และ บ.คัทแมกซ์ จำกัด ที่สนับสนุนเงินรางวัลการประกวดกรีดยางและผลิตภัณฑ์มีดกรีดยางตราแมวเงิน ผมอยากให้เกษตรกรมากันเยอะๆ เพราะมางานนี้ไม่มีเสียมีแต่ได้จริงๆครับ คุณโยกล่าวเชิญชวนทิ้งท้าย

สำหรับเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดกรีดยาง สามารถสมัครได้ที่ ร้านปิโยวัฒน์ฯ หรือ โทรศัพท์สายตรงที่คุณโยก็ได้ ที่ 081-8765583 ส่วนท่านที่ต้องการเข้าร่วมงานสามารถเดินทางไปเริ่มงานได้ด้วยตัวเองโดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป



พรชัยการเกษตร ร่วมกับ ปิโยวัฒน์ อุปกรณ์ยางพารา เสิงสาง
จัดงานใหญ่ วันไคโตซาน น้ำดำ พบเกษตรกร
ชมฟรี !! คอนเสิร์ต แช่ม แช่มรัมย์

ร้านปิโยวัฒน์ อุปกรณ์ยางพารา ครบวงจร อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา บริหารงานโดย คุณวีระชัย (โย)  และคุณมยุรฉัตร  แช่มรัมย์ เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ปี รองรับลูกค้าและเกษตรกรในเขตพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมาและและใกล้เคียงรวมถึงพื้นที่ อ.หนองกี่ และอ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์
 ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับยางพาราเป็นทั้งเกษตรกรผู้ปลูก และพ่อค้ารับซื้อยางพาราจากชาวสวน จึงทำให้คุณวีระชัย ได้รู้ลึกถึงความต้องการและการแก้ปัญหาในยางพาราอยู่มากพอสมควร จึงสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวสวนยางพาราในพื้นที่ด้วยการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนเสิงสางยางพารา รับซื้อน้ำยาง จากเกษตรกรในกลุ่มรวมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องการปลูกยางพาราอีกด้วย
 “ ผมทำสวนยางพาราของตัวเอง 70 ไร่ และรับดูแลสวนยางของกลุ่ม พี่ๆน้อง รวมแล้วประมาณ 200 กว่าไร่ และเปิดร้านขาย ปุ๋ย ยา เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในสวนยางครบวงจร พบและเจอปัญหาที่เกี่ยวกับยางพาราหลายอย่างทั้งจากลูกค้าและที่สวนของตัวเอง ปัญหาก็มีทั้งแก้ได้และไม่ได้ การส่งเสริมและการแก้ปัญหาผมจะเน้นเรื่องชีวภาพเป็นหลัก ปัญหาใหญ่ของการทำสวนยางคือ ปัญหาหน้ายางตายนึ่ง ยางเปลือกแข็ง กรีดยาก น้ำยางได้น้อย คนรับจ้างกรีดเขาก็ไม่อยากกรีด เพราะไม่คุ้มเหนื่อย จะมีปัญหาแรงงานอยู่เรื่อยคุณวีระชัยกล่าวถึงปัญหาที่เจอในการปลูกยาง
 การทำสวนยางแบบชีวภาพเป็นเรื่องที่คุณวีระชัยตั้งใจ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการใช้เคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค เนื่องจากเคยผ่านการปลูกไม้ผลมาแล้วหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง เป็นต้น ซึ่งใช้ปุ๋ย-ยา ค่อนข้างและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนต้องเลิกปลูก หันมาปลูกยางพาราแทน ซึ่งการปลูกและการจัดการจะเน้นแบบชีวภาพเป็นส่วนใหญ่ และได้รู้จักกับ ไคโตซานน้ำดำ พีซี.
ผมสนใจ ไคโตซานน้ำดำ เพราะเป็นชีวภาพ ปลอดภัยและไม่มีผลเสียกับดิน ในช่วงแรกทดลองใช้กับสวนยางที่ยังไม่มีปัญหา ใช้ฉีดพ่นที่หน้ายาง ต้นยาง และฉีดลงดิน คนงานบอกว่าเปลือกยางนิ่มขึ้น กรีดง่ายขึ้น น้ำยางก็ได้มากขึ้น ใบยางเขียวเข้มขึ้น ก็รู้สึกพอใจจึงใช้ไคโตซาน น้ำดำ กับยางพาราที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งยางแก่  ยางปลูกใหม่ และยางเพิ่งเปิดกรีด ทั้งหมดที่ดูแลอยู่ ตอนนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายไคโตซาน น้ำดำ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ละดูแลลูกค้าในเขตบุรีรัมย์บางส่วนครับ ปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดี มีชาวสวนยางพาราและเกษตรให้ความสนใจนำไปใช้แล้วเห็นผล แก้ปัญหาได้จริงเป็นที่พอใจ จึงมีลูกค้าต่อเนื่องมากพอสมควร ผมจึงจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า เพื่อเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าละเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าให้คนรู้จักมากขึ้นด้วย คาดว่างานนี้จะมีเกษตรกรมาร่วมงานถึงหลักพัน เพราะมีกิจกรรมดีๆมากมาย คุณวีระชัยกล่าว

กำหนดการจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2556 บริเวณลานวิสาหกิจชุมชนเสิงสาง ซึ่งอยู่ติดร้านปิโยวัฒน์ฯ บ้านหนองเข้ ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา โดยงานจะเริ่มตั้งแต่บ่าย 2 โมงเป็นต้นไป งานนี้คุณวีระชัยใช้ชื่องานว่า วันไคโตซานน้ำดำ พบ เกษตรกร
สำหรับกิจกรรมต่างๆในวันงาน มีมากมาย มีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพาราแบบชีวภาพ การกรีดยางที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ การประกวดกรีดยางดี-มีคุณภาพ ชิงเงินรางวัลเงินสดและมีดกรีดยางจากบริษัท คัทแมทซ์ จำกัด มีสินค้าราคาทุนจาก บ.พรชัยการเกษตรฯ มาจำหน่าย ซื้อไคโตซาน น้ำดำ ราคาพิเศษ ซื้อ 2 ลิตร แถม 1 ลิตร และพิเศษสุด ชมคอนเสิร์ตเต็มวง เต็มรูปแบบ จากนักร้องดัง แช่ม แช่มรัมย์ ซึ่งเป็นน้องชายของคุณโย รวมถึงการแสดงกังฟูจากมนุษย์จอมพลัง กร กังฟู ภายในงานมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ ที่สำคัญทุกอย่างในงานฟรีหมด เรียกได้ว่างานนี้เกษตรกรมีแต่ได้กับได้จริงๆ
งานนี้จัดขึ้นเพื่อเกษตรกรจริงๆครับ เพราะงานนี้เราให้ตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนเข้างานแล้วครับ ทุกท่านที่มางานจะได้รับของชำร่วยเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาว คนละ 1 ตัว ในงานมีอาหารเครื่องดื่มฟรีหมด คอนเสิร์ตดูฟรี และมีของรางวัลมากมาย งานนี้ผมต้องขอขอบคุณลุงอ้วน เจ้าของไคโตซาน น้ำดำ ที่สนับสนุนการจัดงานหลัก และ บ.คัทแมกซ์ จำกัด ที่สนับสนุนเงินรางวัลการประกวดกรีดยางและผลิตภัณฑ์มีดกรีดยางตราแมวเงิน ผมอยากให้เกษตรกรมากันเยอะๆ เพราะมางานนี้ไม่มีเสียมีแต่ได้จริงๆครับ คุณโยกล่าวเชิญชวนทิ้งท้าย

สำหรับเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดกรีดยาง สามารถสมัครได้ที่ ร้านปิโยวัฒน์ฯ หรือ โทรศัพท์สายตรงที่คุณโยก็ได้ ที่ 081-8765583 ส่วนท่านที่ต้องการเข้าร่วมงานสามารถเดินทางไปเริ่มงานได้ด้วยตัวเองโดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป


ปรับกลยุทธ์ โครงการ 15,000 ล.บ. รับมือสถานการณ์ยูโรโซน รมช.กษ. เร่งระดมทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง หวัง หาทางออกช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางภายในประเทศ

ปรับกลยุทธ์ โครงการ 15,000 ล.บ. รับมือสถานการณ์ยูโรโซน รมช.กษ. เร่งระดมทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง หวัง หาทางออกช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางภายในประเทศ


______________
สถานการณ์ยูโรโซน ยังส่งผลกระทบกับราคายางไทย รมช.กษ. หวังโครงการ 15,000 ล.บ.ทางออกช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางภายในประเทศได้ดีที่สุด หลังหารือกลุ่มผู้นำเกษตรกรชาวสวนยางเห็นพ้องให้ อ.ส.ย.รับซื้อยางแผ่นดิบสูงกว่าราคาตลาดกลางเฉลี่ย 3 ตลาด (จ.นครศรีฯ    จ.สุราษฎร์ฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) กิโลละ 3 บาท หากราคาดิ่งลง ยังคงยืนราคาเดิมตลอดทั้งสัปดาห์
          เมื่อเย็นวาน รมช.กษ.ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ประกอบด้วย นายวิทย์ประทักษ์ใจ (ผอ.สกย.) นายชนะชัย เปล่งศิริวัฒน์ (ผอ.อ.ส.ย.) และ นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ (กรรมการ     ก.ส.ย.) พร้อมด้วย ตัวแทนสถาบันเกษตรกร นำโดย นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย นายทรงศักดิ์ ประจงจัด นายกสมาคมชาวสวนยาง จ.เลย นายสังเวิน ทวดห้อย ประธานเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนยาง จ.จันทบุรี เพื่อหาแนวทางการบริหารโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง

          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงสถานการณ์ราคายางพาราขณะนี้ว่า มีการขยับตัวลดลงติดต่อกันมา 2-3 สัปดาห์แล้ว  จึงได้มีการหารือกับคณะกรรมการบริหารโครงการ 15,000 ล้าน ผู้ประกอบการ เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ว่าขณะนี้ในการดำเนินการตามโครงการ 15,000 ล้านนั้น ได้พยายามขับเคลื่อนและขยายการดำเนินงานของโครงการ จากการให้เฉพาะสถาบันเกษตรกรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการกู้เงินกับทาง ธ.ก.ส.ในวงเงิน 15,000 ล้าน แต่ขณะนี้ได้ขยายโดยใช้มติที่ประชุมคณะกรรมการโครงการให้วิสาหกิจชุมชน สมาคมชาวสวนยาง และกลุ่มเกษตรกรของ สกย.  สามารถที่จะเข้าร่วมโครงการได้ คำว่าเข้าร่วมโครงการ หมายถึง ตามกฎหมายของ ธ.ก.ส. ที่ระบุว่า องค์กรที่จะกู้ได้ต้องเป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นเมื่อวิสาหกิจชุมชน สมาคมชาวสวนยาง และกลุ่มเกษตรกรของ สกย.  เหล่านี้ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับวงเงินสินเชื่อ แต่สามารถที่จะนำยางของสมาชิกมาขายให้กับทางโครงการได้ และสำหรับเรื่องของกลไกราคานั้น จะนำเอาราคาของตลาดกลางเฉลี่ย 3 ตลาด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและหาดใหญ่เป็นตัวตั้ง แล้วจึงบวกราคาซื้อในโครงการไปอีก 3 บาท ทั้งการรับ
 ซื้อยางแผ่นดิบชั้น 3 และยางแผ่นรมควัน  ซึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะยืนราคานี้อันเป็นราคานำตลาด ถ้าหากว่าในสัปดาห์หน้าราคาตลาดกลางดันตัวสูงขึ้น ราคาโครงการของยางทั้งสองประเภทก็จะขยับตัวหนีขึ้นไปให้ได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ 3 บาท แต่ถ้าราคาของตลาดกลางปรับตัวลดลง เราก็ยังคงยืนอยู่ที่ราคาประกาศ ณ  วันนี้ และจะยืนอย่างนี้ไปทั้งสัปดาห์ ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 91 บาทกว่า สำหรับยางแผ่นดิบ ชั้น 3 และประมาณ 94 บาทกว่าสำหรับยางแผ่นรมควัน
            รมช.กษ.กล่าวทิ้งท้ายว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยาง

แห่งชาติ ในวันที่ 6 ก.ค. 2555 นี้ เพื่อพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมตาม

สถานการณ์ต่อไป

______________
สถานการณ์ยูโรโซน ยังส่งผลกระทบกับราคายางไทย รมช.กษ. หวังโครงการ 15,000 ล.บ.ทางออกช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางภายในประเทศได้ดีที่สุด หลังหารือกลุ่มผู้นำเกษตรกรชาวสวนยางเห็นพ้องให้ อ.ส.ย.รับซื้อยางแผ่นดิบสูงกว่าราคาตลาดกลางเฉลี่ย 3 ตลาด (จ.นครศรีฯ    จ.สุราษฎร์ฯ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) กิโลละ 3 บาท หากราคาดิ่งลง ยังคงยืนราคาเดิมตลอดทั้งสัปดาห์
          เมื่อเย็นวาน รมช.กษ.ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ประกอบด้วย นายวิทย์ประทักษ์ใจ (ผอ.สกย.) นายชนะชัย เปล่งศิริวัฒน์ (ผอ.อ.ส.ย.) และ นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ (กรรมการ     ก.ส.ย.) พร้อมด้วย ตัวแทนสถาบันเกษตรกร นำโดย นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย นายทรงศักดิ์ ประจงจัด นายกสมาคมชาวสวนยาง จ.เลย นายสังเวิน ทวดห้อย ประธานเครือข่ายสหกรณ์ชาวสวนยาง จ.จันทบุรี เพื่อหาแนวทางการบริหารโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง

          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงสถานการณ์ราคายางพาราขณะนี้ว่า มีการขยับตัวลดลงติดต่อกันมา 2-3 สัปดาห์แล้ว  จึงได้มีการหารือกับคณะกรรมการบริหารโครงการ 15,000 ล้าน ผู้ประกอบการ เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ว่าขณะนี้ในการดำเนินการตามโครงการ 15,000 ล้านนั้น ได้พยายามขับเคลื่อนและขยายการดำเนินงานของโครงการ จากการให้เฉพาะสถาบันเกษตรกรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการกู้เงินกับทาง ธ.ก.ส.ในวงเงิน 15,000 ล้าน แต่ขณะนี้ได้ขยายโดยใช้มติที่ประชุมคณะกรรมการโครงการให้วิสาหกิจชุมชน สมาคมชาวสวนยาง และกลุ่มเกษตรกรของ สกย.  สามารถที่จะเข้าร่วมโครงการได้ คำว่าเข้าร่วมโครงการ หมายถึง ตามกฎหมายของ ธ.ก.ส. ที่ระบุว่า องค์กรที่จะกู้ได้ต้องเป็นนิติบุคคล เพราะฉะนั้นเมื่อวิสาหกิจชุมชน สมาคมชาวสวนยาง และกลุ่มเกษตรกรของ สกย.  เหล่านี้ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับวงเงินสินเชื่อ แต่สามารถที่จะนำยางของสมาชิกมาขายให้กับทางโครงการได้ และสำหรับเรื่องของกลไกราคานั้น จะนำเอาราคาของตลาดกลางเฉลี่ย 3 ตลาด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและหาดใหญ่เป็นตัวตั้ง แล้วจึงบวกราคาซื้อในโครงการไปอีก 3 บาท ทั้งการรับ
 ซื้อยางแผ่นดิบชั้น 3 และยางแผ่นรมควัน  ซึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะยืนราคานี้อันเป็นราคานำตลาด ถ้าหากว่าในสัปดาห์หน้าราคาตลาดกลางดันตัวสูงขึ้น ราคาโครงการของยางทั้งสองประเภทก็จะขยับตัวหนีขึ้นไปให้ได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ 3 บาท แต่ถ้าราคาของตลาดกลางปรับตัวลดลง เราก็ยังคงยืนอยู่ที่ราคาประกาศ ณ  วันนี้ และจะยืนอย่างนี้ไปทั้งสัปดาห์ ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 91 บาทกว่า สำหรับยางแผ่นดิบ ชั้น 3 และประมาณ 94 บาทกว่าสำหรับยางแผ่นรมควัน
            รมช.กษ.กล่าวทิ้งท้ายว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยาง

แห่งชาติ ในวันที่ 6 ก.ค. 2555 นี้ เพื่อพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมตาม

สถานการณ์ต่อไป

Random Posts

randomposts